เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสคืออะไร?

                S4432A_P

                                                                               ฟิกซ์เจอร์การบดอัดของถั่วหรือผลเบอร์รีจำนวนมาก

เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสนี้การใช้งานมักถูกใช้งานในอุตสาหกรรมอาหาร โดยถูกใช้ในการทดสอบความกรอบ ความเหนียว การยึดติด ความเคี้ยวได้ และเนื้อสัมผัสทั่วไปของตัวอย่างขนาดเล็กตั้งแต่แครกเกอร์ไปจนถึงซุกินี เมื่อเวลาผ่านไป มีการขยายการใช้งานเครื่องวิเคราห์เนื้อสัมผัสนี้ไปใช้ในงานวิจัยพัฒนา และการควบคุมคุณภาพด้วย นอกจากนั้น ยังมีการใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นนอกจากอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย เช่น เครื่องสำอาง สินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็ก และบรรจุภัณฑ์อาหารและยา แต่สรุปแล้วเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสนี้ทำอะไร? เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสใช้ในการวัดความต้านทานแรงดึงสูงสุดและความต้านทานแรงอัดสูงสุดของวัสดุ

ฟังดูค่อนข้างคุ้นเคยใช่มั้ย เครื่องมือสำหรับการตรวจวัดแรงที่ใช้ในการดึงสิ่งของหรือดันสิ่งของคล้าย ๆ กับเครื่องทดสอบอเนกประสงค์ จริง ๆ แล้ว เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสนี้ก็คือเครื่องทดสอบอเนกประสงค์แบบง่ายนั่นเอง โดยทั่วไปแล้ว เครื่องทดสอบอเนกประสงค์นั้นจะมีด้วยกันหลายขนาดและกำลังสูงสุด ซึ่งอาจจะขนาดใหญ่ที่ใช้ในการทดสอบส่วนของท่อไอเสียไปจนขนาดเล็กเหมาะสมสำหรับการทดสอบเส้นผมได้อย่างแม่นยำ เครื่องทดสอบอเนกประสงค์นั้นจะสามารถเปลี่ยนติดตั้งอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานทดสอบ ฟิกซ์เจอร์และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้หลากหลายเพื่อรองรับการทดสอบที่ต้องการ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสแล้ว เครื่องทดสอบอเนกประสงค์ที่ขนาดเท่ากันนี้จะมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่าสำหรับการทดสอบวัสดุที่ค่าแรงสูงในขณะที่ยังมีความแม่นยำสูงสำหรับการทดสอบวัสดุที่เปราะบาง

ปัจจุบัน เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสเกือบทุกเครื่องจะยังคงคล้ายคลึงกับเครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในแง่ของการออกแบบและกำลังสูงสุด แต่เครื่องทดสอบอเนกประสงค์นั้นจะมีความอเนกประสงค์โดยธรรมชาติดังชื่อเรียกและใช้งานได้ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีขนาดและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่าเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัส

2830006PjpgS4428A_P

                    เซลล์ทดสอบเนื้อสัมผัสแบบบออตตาวา                      ฟิกซ์เจอร์ทดสอบการระเบิดออกของตอติญ่าและแป้งพาย

Posted By Rob Kolmin On June 10, 2014, 10:33

comments powered by Disqus