ข่าวด้านอุปกรณ์เสริม

AutoX750 อุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติระบบดิจิทัล

อุปกรณ์ AutoX750 เป็นอุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ ที่มีระยะการวัดที่ยาวและความละเอียดสูงที่สามารถติดตั้งอยู่บนเครื่องทดสอบระบบไฟฟ้าเชิงกลรุ่น 3300, 5500 แบบตั้งโต๊ะ และแบบตั้งพื้น โดยอุปกรณ์นี้จะสื่อสารกับเครื่องทดสอบแรงดึงผ่านการเชื่อมต่อแบบยูเอสบีและโปรแกรมทดสอบวัสดุv6xd Bluehill® 3

อุปกรณ์ AutoX สามารภใช้งานเพื่อวัดความเครียดและการดัดงอในการใช้งานประเภทต่าง ๆ ด้วยการที่มีระยะวัดสูงสุดที่ 750 มิลลิเมตร และคามแม่นยำที่ ±1 ไมครอน ทำให้อุปกรณ์นี้สามารถใช้วัดค่าความเครียดที่ระยะการยืดตัวสูงของอิลาสโตเมอร์ ไปจนถึงการวัดค่าการดัดงอระดับต่ำของคอมพอสิตแกร่ง การควบคุมอัตโนมัติของระยะวัดเริ่มต้นและการเคลื่อนที่ของแขนเซ็นเซอร์จะช่วยให้การทดสอบวัสดุของลูกค้าทำได้อย่างรวดเร็ว ทำซ้ำได้ และน่าเชื่อถือเมื่อเทียบกับการใช้งานอุปกรณ์ extensometer แบบติดบนชิ้นงานทดสอบ ซึ่งโดยรวมแล้ว อุปกรณ์ AutoX750 ถือได้ว่าเป็นคำตอบที่ดีเยี่ยมสำหรับการตรวจวัดความเครียดและการดัดงอในการใช้งานวัสดุต่าง ๆ

AutoX 750

การทดสอบคอมพอสิตลามิเนตโดยใช้อุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ (ASTM D3039)

เมื่อทดสอบคอมพอสิตตามมาตรฐาน ASTM D3039 มีความสำคัญยิ่งในการวัดความเครียดที่แม่นยำตลอดการทดสอบ โดยทั่วไป สำหรับคอมพอสิตแล้ว ค่าความเครียดนั้นมีค่าต่ำเนื่องจากสมบัติเปราะของชิ้นงานทดสอบ ดังนั้นความผิดพลาดของการวัดค่าความเครียดนั้นจะถูกขยายเพิ่มเมื่อทดสอบคอมพอสิต ดังนั้นเพื่อเป็นการให้แน่ใจถึงการได้ข้อมูลที่แม่นยำ จึงมีความสำคัญที่ต้องใช้อุปกรณ์ตรวจวัดความเครียดที่น่าเชื่อถือและแม่นยำสูง

อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงดึงของสายลากจูงคอมพอสิตโดยใช้อุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ (ASTM D4018)

สายลากจูงคอมพอสิตน้นถือได้ว่ายากต่อการทดสอบเนื่องจากลักษณะของรูปทรงและความเปราะบาง และเช่นเดียวกับการทดสอบสมบัติทางกลอื่น ๆ การวัดต่าความเครียดถือได้ว่ามีความสำคัญต่อผลการทดสอบที่แม่นยำ


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงอัดของคอมพอสิต (ASTM D695)

สายลากจูงคอมพอสิตน้นถือได้ว่ายากต่อการทดสอบเนื่องจากลักษณะของรูปทรงและความเปราะบาง และเช่นเดียวกับการทดสอบสมบัติทางกลอื่น ๆ การวัดต่าความเครียดถือได้ว่ามีความสำคัญต่อผลการทดสอบที่แม่นยำ


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงดึงของโลหะ (ASTM E8)

มาตรฐาน ASTM E8 ระบุวิธีการทดสอบแรงดึงเพื่อวัดค่า ความเค้นที่จุดคราก การยืดตัวที่จุดคราก ความต้านทานแรงดึงสูงสุด การยืดตัว และการลดพื้นที่หน้าตัดของผลิตภัณฑ์โลหะ โดยใช้ในการทดสอบโลหะในทุกรูปทรง ได้แก่ แผ่น ลวด แท่ง และท่อ สำหรับแต่ละประเภทของชิ้นงานทดสอบนี้ มาตรฐานทดสอบมีการกำหนดรูปทรงและขนาดมิติที่เหมาะสม ดังนั้นวิธีการจับยึดชิ้นงานทดสอบแบบเฉพาะแต่ประเภทจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จในการทดสอบ


อ่านวิธีแก้ปัญหา

Tensile Testing of Metallic Materials (ISO 6892-1:2009)

มาตรฐานของสหภาพยุโรปถูกประกาศใช้งานในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งทดแทนมาตรฐาน EN 10002-1:2001 มาตรฐานฉบับล่าสุดนี้กำหนดวิธีการทดสอบแรงดึงของโลหะและระบุถึงสมบัติทางกลที่สามารถวัดได้ที่อุณหภูมิห้อง การทดสอบนั้นเป็นการให้ความเครียดแรงดึงแก่ชิ้นงานทดสอบ จนเกิดการเสียหาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อวัดสมบัติทางกลของวัสดุ

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทดสอบตามมาตรฐานนี้ได้แก่ แผ่นโลหะ, ลวดโลหะ, ท่อนโลหะ, เหล็กเส้นเสริมแรง และท่อโลหะ โดยชิ้นงานทดสอบนั้นจะต้องถูกจับยึดอย่างมั่นคงเพื่อให้มั่นใจถึงความได้ศูนย์ในแนวแกนเพื่อที่จะลดการดัดงอของชิ้นงาน จากนั้นชิ้นงานทดสอบจะถูกให้ความเครียดแรงดึงจนกว่าจะเกิดการเสียหาย ในระหว่างนี้ ค่าของแรง และความเครียด จะถูกบันทึก

มาตรฐานระบุสองวิธีการทดสอบ โดยวิธีแรกจะใช้การควบคุมอัตราควาเค้นเพื่อลดควาแปรปรวนของอัตราความเค้นในช่วงที่เมื่อพารามิเตอร์ที่ไวต่ออัตราความเครียดนั้นถูกคำนวณ ส่วนวิธ๊การที่สองนั้นนั้นจะเป็นการควบคุมอัตราความเค้น โดยการเลือกวิธีทดสอบและอัตราในการทดสอบนั้นขึ้นอยู่กับห้องปฏิบัติการ แต่จะต้องมีการระบุไว้อย่างชัดเจนเมื่อรายงานผลการทดสอบ

มาตรฐานยังระบุคำแนะนำเกี่ยวกับประเภทและขนาดมิติของชิ้นงานทดสอบ คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เครื่องทดสอบแรงดึงแบบควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ และวิธีการประมาณค่าความไม่แน่นอนในการวัด ผลการทดสอบที่วัดได้แก่ ค่าความเค้นที่จุดครากและความเค้นพิสูจน์ ความต้านทานแรงดึงสูงสุด และการยืดตัวที่จุดขาด


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงดึงของพลาสติกด้วยอุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ

มาตรฐานทดสอบพลาสติก ตัวอย่างเช่น ASTM D638 และ ISO 527-2 ครอบคลุมพลาสติกหลายประเภท เช่น เทอร์โมเซ็ตติง เทอร์โมพลาสติก และพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใย ชิ้นงานสอบนั้นอาจมีความแกร่ง กึ่งแกร่ง ขึ้นรูปโดยแม่พิมพ์ หรือ รีด และโดยทั่วไปแล้วจะมีรูปทรงแบบดัมเบล์ หรือ ด้อกโบน

สมบัติทางกลของพลาสติกนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติกและสารตัวเติมที่ใส่ลงในสูตรผสม สมบัติต่าง ๆ เช่น ความแข็งแรง และความเหนียว นั้นสามารถกระทบโดยประเภทของสารตัวเติม ในการประเมินถึงเครื่องมือทดสอบที่เหมาะสม มีความสำคัญที่จะต้องเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของวัสดุที่เป็นผลมาจากการใช้งานสารตัวเติมประเภทต่าง ๆ

การเลือกใช้อุปกรณ์ extensometer อาจเป็นงานที่ยากเมื่อต้องการวัดทั้งค่ามอดูลัสและความเครียดที่จุดขาด สำหรับบางประเภทของ extensometer เช่นอุปกรณ์แบบติดบนชิ้นงาทดสอบแบบสถิต นั้นความแม่นยำจะขึ้นอยู่กับระยะการวัดของอุปกรณ์ โดยระยะวัดของอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งให้ให้ความแม่นยำลดลง ทำให้ยากต่อการวัดทั้งค่ามอดูลัสและความเคีรยดที่จุดขาดสำหรับพลาสติกที่แสดงค่าความเครียดสูง แต่เนื่องจากมาตรฐานระบุให้ใช้การวัดความเครียดทางตรงเพียงแค่ถึงจุดครากเท่านั้น อุปกรณ์ extensometer แบบติดตั้งบนชิ้นงานทดสอบจึงเหมาะสำหรับการวัดค่ามอดูลัสอิลาสติก


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การศึกษาพฤติกรรมการดัดงอของพลาสติกด้วยอุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ

มาตรฐาน ISO 178 ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมดัดงอของพลาสติกโดยการวัดค่า ความต้านทานแรงดัดงอสูงสุด มอดูลัสแรงดัดงอ และความสัมพันธ์ระหว่างความเค้นและความเครียดแรงดัดงอของพลาสติก

วิธีทดสอบตามมาตรฐานนี้เหมาะสำหรับการใช้ทดสอบพลาสติกรีดทั้งประเภทเติมและไม่เติมสารตัวเติม, แผ่นเทอร์โมพลาสติกแกร่ง และเทอร์โมเซ็ตติงที่ขึ้นรูปจากแม่พิมพ์ ทั้งประเภทใส่สารตัวเติมหรือเสริมแรง

ฟิกซ์แจอร์ดัดงอทั้งแบบสามจุดและสี่จุดจะถูกใช้ในการทดสอบพลาสติกเหล่านี้ ในอดีตนั้น อุปกรณ์วัดการดัดงอ Deflectometer หรือ อุปกรณ์วัดความเครียดอื่น เช่น extensometer หรือ LVDT ถูกกำหนดให้ใช้ในการวัดระยะการดัดงอทางตรงเมื่อทำการทดสอบการดัดงอแบบสี่จุด การใช้อุปกรณ์วัดความเครียดทางตรงนี้ไม่ได้ถูกกำหนดสำหรับการทดสอบการดัดงอแบบสามจุดจนกระทั่งมาตรฐาน ISO 178 ฉบับปี พ.ศ. 2553

ระยะห่างระหว่างจุดรองรับสองจุดนั้นจะขึ้นกับความหนาของชิ้นงานทดสอบ จึงมีความสำคัญที่จะต้องทราบช่วงความหนาของชิ้นงานทดสอบทั้งหมดก่อนที่จะเลือกฟิกซ์เจอร์ทดสอบ แอนวิลสำหรับการให้แรงและรองรับชิ้นงานทดสอบอาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นงานทดสอบ


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงดึงของสายสวนและท่อทางการแพทย์ด้วยอุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ

สายสวนทางการแพทย์จะถูกใส่เข้าไปในช่องทาง หลอดเลือด หรือช่องว่างในร่างกาย เพื่อใส่เข้าหรือนำออกของของเหลวจากร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว ท่อทางการแพทย์นั้นประกอบไปด้วยสายสวนและอาจรวมถึงอุปกรณ์ภายนอก เช่น เครื่องฟอกไต  ท่อให้อาหาร และ อุปกรณ์ให้ยาทางหลอดเลือดดำ ความเสียหายของอุปกรณ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของผู้ป่วยได้ ดังนั้น การทดสอบสมบัติทางกลถือเป็นข้อกำหนดสำคัญที่แสดงถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์ ในทุก ๆ การทดสอบนั้น การจับยึดชิ้นงานที่ถูกต้องถือว่ามีความสำคัญต่อการตรวจวัดค่าทีแม่นยำ

การจับยึดสายสวนทางการแพทย์ที่ถูกต้องนั้นถือได้ว่าเป็นสมดุลระหว่างการจับชิ้นงานทดสอบให้อยู่ในตำแหน่งในขณะที่หลีกเลี่ยงที่จะทำให้ชิ้นงานเกิดความเสียหายก่อนทดสอบ เราแนะนำให้ใช้อุปกรณ์จับยึดชิ้นงานทดสอบแบบ pneumatic side-action grips พร้อมกับพื้นผิวปากจับที่เคลือบด้วยยาง หรือ อุปกรณ์จับยึดชิ้นงานทดสอบแบบ cord and yarn grips ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของชิ้นงานทดสอบ ตัวอย่างเช่น เมื่อท่อนั้นมีความแกร่ง อุปกรณ์แบบ pneumatic side-action grips นั้นจะเหมาะสมกว่า ในทางตรงข้ามสำหรับสายสวนหรือท่อที่นิ่มเหนียว เราแนะนำให้ใช้อุปกรณ์แบบ cord and yarn grips โดยการใช้อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้จับยึดชิ้นงานทดสอบของท่านได้อย่างมั่นคง โดยผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้จากการปรับค่าแรงดันลมใช้งาน

ด้วยเหตุผลเดียวกัน การเลือกใช้งานอุปกรณ์ extensometer สำหรับการวัดค่าความเครียดที่แม่นยำนั้นถือเป็นความสำคัญเช่นกัน


อ่านวิธีแก้ปัญหา

การทดสอบแรงดึงของลวดนิทินอลด้วยอุปกรณ์ extensometer แบบอัตโนมัติ (ASTM F2516)

นิทิลอลนั้นเป็นโลหะผสมจำรูป และสมบัติซูเปอร์อิลาสติก ที่มีการใช้งานในอุตสาหกรรมชีวการแพทย์อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น ขดลวดถ่างหลอดเลือดหัวใจ ลวดจัดฟัน ลวดนำของสายสวน อุปกรณ์ดามกระดูกแบบภายใน และปากคีบ ความท้าทายหลักในการทดสอบนิทินอลได้แก่การวัดค่าความเครียดที่แม่นยำ การอ่านค่าจากตำแหน่งของครอสเฮดหรือ LVDT นั้นไม่สามารถให้ความแม่นยำได้ตามที่ต้องการและรุบในมาตรฐาน ASTM  โดยทั่วไปแล้วจะใช้งานอุปกรณ์ extensometer แบบติดบนชิ้นงานทดสอบ แต่อาจจะทำให้ลวดนิทินอลเกิดการดัดงอได้ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร อุปกรณ์ประเภทนี้จะมีระยะวัดเริ่มต้นที่เพียงพอต่อการวัดสมบัติของวัสดุได้อย่างแม่นยำ


อ่านวิธีแก้ปัญหา

50th Accessories News

ข้อมูลเพิ่มเติม

ท่านกำลังพยายามใช้เครื่องมือของท่านอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่?

ศึกษาระบบการแจ้งเตือนรอบอายุผลิตภัณฑ์ของเรา

อัพเกรดไปใช้งานอุปกรณ์วัดความเครียดแบบใหม่รุ่น AVE2 เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น

ติดต่อสำนักงานบริษัทอินสตรอนในพื้นที่สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

ฉบับที่ 6: แคตตาล็อกของอุปกรณ์เสริมสำหรับการทดสอบวัสดุ

ร้องขอแคตตาล็อกของท่าน