มาตรฐาน ASTM C633 ถูกใช้ในการทดสอบหาค่าแรงยึดเกาะสูงสุดแบบ adhesion หรือ cohesion ของผิวเคลือบด้วยเปลวความร้อนโดยการให้แรงดึงในแนวตั้งฉากกับพื้นผิว
ฟิกซ์เจอร์แผ่นฐานของผิวเคลือบเปลวความร้อนมักจะมีรูปทรงกระบอกที่ผลิตขึ้นจากโลหะประเภทเดียวกับที่ใช้ในการผลิตฐานรองรับของผิวเคลือบในการใช้งานจริง ถ้าไม่มีการระบุประเภทของโลหะสำหรับฐานรองรับสำหรับใช้งาน มาตรฐาน ASTM C633 จะกำหนดให้ใช้เหล็กเกรด SAE 1018 หรือ 1020 ความยาวของชิ้นงานทรงกระบอกนี้จะต้องไม่น้อยกว่า 1,5 นิ้วโดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของพื้นผิวด้านขนานระหว่าง 0.9 นิ้ว (23 มม.) -1.0 นิ้ว (25 มม.) โดยปลายด้านหนึ่งมีลักษณะเป็นเกลียวสำหรับสวมเข้ากับอุปกรณ์เชื่อมต่อในการให้แรงและปลายอีกด้านหนึ่งจะแบนราบสำหรับการเคลือบผิว (หมายเหตุ:มาตรฐาน ASTM C633 ระบุขนาดเกลียวมาตรฐานไว้คือ 1/2”-20, 5/8”-18, หรือ 3/4”-16) ในการทดสอบนั้น ฟิกซ์เจอร์ที่ไม่ได้เคลือบผิวจะยึดติดเข้ากับผิวเคลือบด้วยกาวที่เหมาะสม ซึ่งกาวนี้จะต้องไม่เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุด แต่จะต้องมีความแข็งแรงอย่างน้อยเท่ากับค่าแรงยึดเกาะต่ำสุดที่ต้องการของผิวเคลือบ
เพื่อให้แน่ใจว่าทิศทางของการให้แรงกระทำนั้นตั้งฉากกับพื้นผิวของผิวเคลือบ มาตรฐาน ASTM C633 ระบุให้ใช้อุปกรณ์ส่งผ่านแรงแบบที่สามารถจัดตัวเข้าศูนย์ได้ด้วยตัวเองในการเชื่อมต่อชิ้นงานทดสอบนี้เข้ากับเครื่องทดสอบ นอกจากนี้ เรายังพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบ axial slack ในการออกแบบอุปกรณ์ส่งผ่านแรงเนื่องจากว่าจะสามารถลดเวลาการตั้งเครื่องทดสอบได้ ความเร็วที่ใช้ในการทดสอบจะต้องมีค่าคงที่และถูกตั้งค่าระหว่าง 0.030 นิ้วต่อนาที (0.013 มม.ต่อวินาที) - 0.050 นิ้วต่อนาที (0.021 มม.ต่อวินาที) และความถูกต้องของการตรวจวัดค่าแรงจะต้องมีค่า ± 1.0% ของค่าอ่าน (ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ASTM E4)
เมื่อได้รับการสอบถามให้แนะนำเครื่องทดสอบสำหรับงานวิจัยและพัฒนาทางด้านผิวเคลือบด้วยเปลวความร้อน เรามักจะแนะนำเครื่องทดสอบ< รุ่น 5569A (กำลังสูงสุด 50 กิโลนิวตัน or 11,250 ปอนด์) พร้อมกับอุปกรณ์ส่งผ่านแรงแบบจัดตัวเข้าศูนย์ด้วยตัวเอง ในขณะที่กำลังสูงสุดของเครื่องทดสอบนั้นครอบคลุมค่าแรงยึดเกาะของผิวเคลือบเปลวความร้อนทุกประเภท แต่บางผู้ใช้งานอาจต้องการเครื่องทดสอบที่มีกำลังสูงสุดมากกว่านี้เพื่อสำหรับงานทดสอบในอนาคต เราตรวจวัดค่าแรงสูงสุดด้วยโปรแกรม Bluehill® 2
และใช้ในการคำนวณค่าของแรงยึดเกาะสูงสุดแบบ adhesion/cohesion (หรือค่าแรงสูงสุดต่อพื้นที่หน้าตัด) หากความเสียหายเกิดขึ้นที่รอยต่อระหว่างผิวเคลือบและวัสดุฐานรอง ผลการทดสอบจะถือว่าเป็นความต้านทานแรงยึดเกาะสูงสุดแบบ adhesion แต่หากความเสียหายเกิดขึ้นภายในเนื้อของผิวเคลือบ ผลการทดสอบจะถือว่าเป็นความต้านทานแรงยึดเกาะสูงสุดแบบ cohesion.